แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หอไข่มุก นครเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 2


เี่รายังคงเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งซึ่งจัดแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนเซี่ยงไฮ้ในบริเวณชั้นล่างของหอไข่มุกกันอยู่นะคะ

หากจะถามว่าอิชั้นชอบการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งนี้มั้ย คืออย่างน้อยอิชั้นก็ชอบฮ่้ะ จริง ๆ ที่ชอบก็เพราะพื้นฐานเป็นคนที่ค่อนข้างจะชอบท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่แล้ว การได้เดินทางไปชมเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ จึงถือว่าเป็นกำไรเล็ก ๆ ในชีวิตของตัวเองอ่ะนะคะ


เมื่อตอนที่แล้ว ขณะเดินเที่ยว อิชั้นได้เล่าให้ฟังถึงปัญหาการติดฝิ่นของชาวจีนในยุคหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะมีความร้ายแรงเนื่องจากมีการระบาดไปทั่ว จนถึงในรัชสมัยของจักรพรรดิ์เต้ากวง ซึ่งมีดำริที่จะปราบปรามการค้าฝิ่นให้สิ้นซาก จึงได้มอบตำแหน่งให้ หลินเจ๋อสวี ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการสองมณฑล และดำเนินการกวาดล้างฝิ่นอย่างเข้มงวด


ภาพแสดงวิถีชีวิตของคนจีน(ชาวเซี่ยงไฮ้)ในสมัยโบราณฮ่ะ..จะเห็นได้ว่าในขณะที่ผู้หญิงเลี้ยงลูก ผู้ชายก็นอนดูดฝิ่นอยู่ใกล้ ๆ


หลินเจ๋อสวีนั้น ได้เริ่มงานด้วยการห้ามค้าฝิ่นในมณฑลกวางตุ้งฮ่ะ จากนั้นจึงจับพ่อค้าฝิ่นชาวจีนไปคุมตัวในเรือนจำ ใครค้า่ฝิ่นจะต้องโทษถูกประหารและเสียบหัวประจาน เพื่อให้ชาวจีนเกิดความเกรงกลัวจะได้ไม่ค้าฝิ่นอีก นอกจากนี้ยังพยายามฟื้นฟูสุขภาพของชาวจีนที่ติดฝิ่น รณรงค์การอดฝิ่น เรียกว่าทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนที่ติดฝิ่นสามารถเลิกเสพได้


นอกจากนั้นหลินเจ๋อสวีก็ยังสั่งห้ามเรือของพ่อค้าต่างชาติไม่ให้บรรทุกฝิ่นเข้ามาในอาณาจักรจีนเด็ดขาดฮ่ะ มีการประกาศให้พ่อค้าต่างชาติที่มีฝิ่นในครอบครอง ต้องนำฝิ่นมาส่งมอบให้ทางการจีน แต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด พ่อค้าชาวต่างชาติก็ยังคงดื้อแพ่งและค้าฝิ่นกันต่อไป ที่สุดหลินเจ๋อสวีจึงได้สั่งปิดล้อมย่านการค้าของคนต่างชาติ และบีบให้พ่อค้าต่างชาติส่งฝิ่นให้ทางการจีน


หลังจากปิดล้อมย่านการค้าของชาวต่างชาติอยู่สองวัน พวกพ่อค้าต่างชาติก็ยอมมอบฝิ่นออกมาในที่สุด ฝิ่นที่ยึดได้ครั้งนี้ หลินเจ๋อสวีสั่งให้เอาละลายกับกรดน้ำส้มกับเกลือและน้ำ เพื่อฆ่าฤทธิ์ของฝิ่น แล้วก็โยนทิ้งทะเล ซึ่งผลจากการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามของหลินเจ๋อสวี ทำให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อค้าชาวอักฤษ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล แต่เนื่องจากฝิ่นนั้นเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและทำกำไรงาม จึงยังคงมีพ่อค้าชาวต่างชาติทั้งชาวอักฤษและโปรตุเกส ลักลอบค้ากันต่อไป แต่ได้เปลี่ยนฐานการค้าจากมณฑลกวางตุ้งไปอยู่ที่ ฮ่องกงและมาเก๊าแทน 


ความขัดแย้งของทางการจีนในเรื่องของการปราบปรามฝิ่นอันเนื่องมาจากการค้าของพ่อค้าชาวต่างชาติ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นฮ่ะ และที่สุดเมื่อชาวจีนถูกกะลาสีเรือชาวอังกฤษฆ่าตายที่เกาลูน และอังกฤษไม่ยอมส่งตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษตามกฎหมายจีนตามคำขอของหลินเจ๋อสวี ทำให้หลินเจ๋อสวีขับไล่ชาวอังกฤษทั้งหมดออกจากมาเก๊า ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษถือเป็นเป็นเหตุให้ทำสงครามกับจีน


แต่ด้วยความที่แสนยานุภาพทางการทหารและอาวุธต่างกันโดยสิ้นเชิงฮ่ะ ที่สุดจีนก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออังกฤษ และต้องทำสัญญาสงบศึกที่ชาวจีนถือว่าอัปยศที่สุด ก็คือ สนธิสัญญานานกิง โดยเนื้อหาหลัก ๆ ก็คือ อังกฤษได้บังคับให้จีนเปิดเมืองท่าตามชายทะเลเพื่อค้าขายกับอังกฤษ และขอสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหนือดินแดนจีน (ทำผิดกฎหมายในประเทศจีนแต่ไม่ต้องขึ้นศาลจีน) รวทั้งสิทธิใด ๆ ที่ชาวอังกฤษได้รับ ชาวต่างชาติอื่น ๆ ก็จะต้องได้รับด้วย


 เบื่อยัง..5555+ บอกแล้วว่าอิชั้นเป็นคนเล่าอะไรเล่ายาว ภาพบนนี่ถ่ายเจาะ้เข้าไปในอาคารจำลองฮ่ะ คนชอบโมเดลย่อส่วนน่าจะชอบ


ไม่อยากเล่าเยอะ เดี๋ยวคนที่ตามมาเที่ยวจะเบื่อกันซะก่อน แหะ ๆ ทิ้งท้ายกันด้วยภาพในภัตาคารจีนในสมัยโบราณของนครเซี่ยงไฮ้ละกันเนอะ


ในตอนหน้าของบล็อกทริปถูกใจ เราจะไปเที่ยวชมสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ของเมืองเซี่ยงไฮ้กันต่อค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai
อ้างอิงข้อมุลจาก วิกิพีเดีย


วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หอไข่มุก นครเซี่ยงไฮ้


หลังจากชมความงามในมุมสูงของนคร เซี่ยงไฮ้ ที่ระดับความสูง 267 เมตรจนจุใจแล้ว เราก็เกาะลิฟท์ลงมาชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่อยู่บริเวณชั้นล่างของหอคอยกันบ้างฮ่ะ

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่จัดแสดงที่ หอไข่มุก แห่งนี้ คือพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งในลักษณะของการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและความเป็นมาของนครเซี่ยงไฮ้ฮ่้ะ ด้านในพิพิธภัณฑ์จะจำลองร้านรวงต่าง ๆ ในสมัยจีนโบราณ ไม่ว่าจะเป็นร้านรวงต่าง ๆ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เรามาเดินชมแต่ละส่วนไปพร้อม ๆ กันนะคะ


เข้ามาภายในพิพิธภัณฑ์ ชั้นแรกจะมีจัดแสดงรถโบราณชนิดต่าง ๆ ที่มีใช้กันภายในเมืองเซี่ยงไฮ้ก่อนเลยฮ่ะ ซึ่งหน้าตาของรถโบราณเท่าที่เห็น ก็จะคล้าย ๆ รถโบราณของทางฝั่งยุโรปนั่นล่ะ


เมืองจีนในสมัยก่อนนั้นเปรีียบได้กับผลแตงโมลูกใหญ่ฮ่ะ คือเป็นผลแตงโมที่หวานฉ่ำที่มีคนต่างชาติเข้ามากอบโกยและแสวงหาผลประโยชน์กันมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อนการถูกปฏิวัติมาเป็นระบอบสาธารณรัฐโดย ซุน ยัดเซ็น ซึ่งช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่จีนเกิดความรำส่ำระสายและความขัดแย้งขึ้นมากมายเลยทีเดียว ซึ่งหากจะให้อิชั้นเล่าแล้ว..คงยาวอ่ะฮ่ะ อุอุ..ยาวแต่สนุกนะ อยากฟังเปล่าาา..(ตึ่งโป๊ะ อุอุ..)


เล่าให้ฟังแบบย่นย่อละกันนิ ฟังไปชมภาพที่เก็บมาฝากกันไปพลาง ๆ ก็ละกัน เพราะอิ่ตาไกด์ท้องถิ่นประจำทริป ไม่ได้เข้ามาอรรถาธิบายแต่ละส่วนของพิพิธภัณฑ์ให้ฟังเลย(ฮ่วย) อาศัยความรู้พื้นฐานของอดีตนิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์มาเล่าสู่กันฟังสักเล็กน้อยก็ละกัน


สมัยราชวงศชิงนั้น ก็คือรัชสมัยสุดท้ายที่ประเทศจีนปกครองโดยจักรพรรดิ์ฮ่ะ ความขัดแย้งในรัชสมัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ผู้ที่ก่อตั้งราชวงศ์นั้นคือชนกลุ่มน้อยของประเทศจีน นั่นก็คือ ชาวแมนจูแทนที่จะเป็นชาวฮั่นซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ดังนั้นเมื่อชาวแมนจูสามารถยึดครองเมืองหลวงและปกครองประเทศได้ ก็ได้ออกกฎต่าง ๆ นานา เพื่อบังคับให้ชาวฮั่นอยู่ในอำนาจของตน อาทิเช่น การออกกฎให้ชาวฮั่นแต่งกายแบบชาวแมนจู การบังคับให้ชาวฮั่นไว้ทรงผมแบบชาวแมนจู โดยการโกนผมครึ่งหัวและถักเปียยาวซึ่งก็ขัดแย้งกับประเพณีของชาวฮั่นที่ห้ามตัดผม ซึ่งกว่า 258 ปีที่ชาวแมนจูปกครองจีนนี้ จีนได้เกิดกบฎขึ้นหลายครั้งหลายหน เนื่องจากความคับแค้นใจที่ถูกกดขี่ต่าง ๆ นานา


ถามว่าหากเกิดความขัดแย้งระส่ำระสายมากมายขนาดนั้น ทำไมชาวแมนจูจึงได้ปกครองชาวฮั่นและเมืองจีนได้นานถึง 258 ปี คำตอบก็คือ เพราะราชวงศ์ชิงฉลาดในการแก้ปัญหาค่ะ โดยการแก้ไขสถานการณ์ของราชวงศ์ชิง จะใช้ยุทธวิธีสองอย่างด้วยกัน ทั้งแบบประนีประนอมและแข็งกร้าว ซึ่งรายละเอียดยุทธวิธีทั้งสองอย่างนั้น หากใครสนใจก็สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ทั่วไปน่ะนะคะ (คือ..ตกลงแกขี้เกียจเล่าชิมิ 5555+)


ราชวงศ์ชิงได้ปกครองจีนมานานเกือบ 300 ปีฮ่ะ ซึ่งในช่วงต้นราชวงศ์ก็มีความเจริญรุ่งเรืองพอสมควร จนกระทั่งในช่วงพุทธศตรวรรษที่ 24 ราชวงศ์ชิงก็เริ่มอ่อนแอลง เนื่องจากมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงของกลุ่มคนในวงการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง มีการฉ้อราษฐร์บังหลวง และทำสงครามอย่างบ่อยครั้ง จักพรรดิ์เฉียนหลง กษัตริย์ในช่วงนั้นก็เจ้าสำราญ ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย เงินท้องพระคลังก็ขัดสน ชาวบ้านยากจนข้นแค้นเนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้น ขาดแคลนที่ดินทำกิน ประกอบกับต้องพบเจอกับภาวะความกดดันจากภายนอก มหาอำนาจต่างชาติเริ่มเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อจีนอ่อนแอก็หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกชาวต่างชาติเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้


การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอังกฤษเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ฮ่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้าฝิ่น ซึ่งถือเป็นสิ่งเสพติดที่ทำให้ผู้คนติดกันอย่างหนัก และระบาดไปทั่วประเทศ


ดังนั้นในสมัยจักรพรรดิ์เต้ากวง ซึ่งทรงมีพระราชดำริจะปราบปรามการค้าฝิ่นให้สิ้นซาก จึงได้ทรงแต่งตั้งให้หลินเจ๋อสวี เป็นผู้ตรวจราชการสองมณฑล และเป็นผู้นำในการกวาดล้างฝิ่นให้หมดไปจากแผ่นดินจีน


เดินชมในส่วนของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ไปเรื่อย ๆ นะคะ ฮุฮุ..ใครขี้เกียจอ่านประวัติศาตร์จีนก็ข้าม ๆ ไปก็ได้เน้อ..แหะ ๆ อิชั้นเสียนิสัยอยู่อย่างนึง เวลาเล่าอะไรแล้ว ชอบเล่ายาว ๆ ง่ะ


บรรยากาศในตลาด


ร้านขายเนื้อ


 ร้านขายเหล้า


ในตอนหน้าของบล็อกทริปถูกใจ เรามาเดินเที่ยวชมภายในพิพิธภัณฑ์กันต่อนะคะ เดี๋ยวจะเหน็บเอาความเข้มข้นในช่วงของการเกิดสงครามฝิ่นในเมืองจีนมาฝากกันอีกสักเล็กน้อยด้วยค่ะ

แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai
อ้างอิงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย